วันอังคารที่ 11 ตุลาคม พ.ศ. 2559

Healthy Food by yamyam-eat-happy



Healthy Food : อาหารเพื่อสุขภาพ กินได้สบายใจ 







กินเพื่อสุขภาพต้อง eat right ไม่ใช่ eat less






      "อาหาร" กับ "สุขภาพ" เป็นสิ่งที่คู่กัน ไม่ว่าใครก็อยากมีสุขภาพที่ดี ยิ่งเวลาทานอาหารแล้วละก็ทำให้สุขภาพดี หุ่นดี ยิ่งทำให้เรารู้สึกดี ทำให้กำลังได้รับความสนใจจากคนทั่วโลกการกินเพื่อสุขภาพคือสิ่งที่จำเป็นที่จะต้องให้ความใส่ใจ เพราะการกินไม่ใช่แค่การสนองความต้องการหรือให้อิ่มท้องเท่านั้น หากแต่ยังต้องคำนึงถึงประโยชน์และคุณค่าที่จะได้รับอีกด้วย


      บนโลกนี้ยังมีอาหารและของกินอีกมากมายที่จะทำให้เราสุขใจ ไม่รู้สึกผิดหลังกินเข้าไป มีทั้งอาหารจากธรรมชาติ หรืออาหารที่ถูกประดิษฐ์ขึ้นมาจากส่วนผสมที่มีประโยชน์ ง่ายๆด้วยตัวเราเอง แล้วคุณจะหลงรักอาหารเพื่อสุขภาพเหล่านี้




















ขอเริ่มคู่หูคู่แรกที่อยู่ด้วยกันแล้วลงตัวสุดๆ




                                                          แอปเปิ้ล+เนยถั่ว
          เป็นของว่างง่ายๆได้ประโยชน์วิตามินและไฟเบอร์จากแอปเปิ้ล และยังได้รับโปรตีนจากเนยถั่วอีกด้วย ซึ่งการเลือกซื้อเนยถั่วควรเลือกแบบไม่เติมเกลือและน้ำตาล



ทำเองได้ง่ายๆ







KFC ปลอมๆ ที่กินแล้วสบายใจ


     ไก่อบคอนเฟลกนั้นเอง เป็นอีกหนึ่งเมนูสำหรับผู้ที่อยากกินไก่ทอดแต่กลัวอ้วน จัดไปกับ ไก่อบคอนเฟลก วิธีทำก็ง่ายๆ นำอกไก่มาหั่นเป็นชิ้น>>ชุบกับไข่ขาว>>คลุกกับคอนเฟลกบดหยาบๆ>>เข้าอบในเตาอบหรือหม้ออบลมร้อนที่อุณหภูมิ 180องศา ประมาณ20นาที






มื้อสะดวกรวดเร็วกินขนมปังได้ไม่ผิด





    

     หลายคนคงหลีกเลี่ยงการกินขนมปัง เพราะกลัวเนยแป้งขาวที่ใส่ลงไป แต่ในปัจจุบันมีขนมปังมากมายเพื่อสุขภาพและไม่ใสาสารกันเสีย >>ขนมปังโกโก้ธัญพืชของอรชร ที่ปราศจากสารกัยเสีย,เนย,นม,มาการีน,น้ำมัน,น้ำตาลต่ำ เป็นอีกหนึ่งแบรนด์เพื่อสุขภาพที่เลือกกินได้เพื่อความสะดวก


     และนมอัลมอนด์ ทางเลือกของผู้ที่แพ้นมวัว หรือถั่วเหลือง ไม่ผสมน้ำตาล,น้ำมัน,น้ำถั่วเหลือง ได้ประโยชน์เต็มๆจากอัลมอนด์




ของว่างเคี้ยวบิสกิตได้เพลินๆไม่ต้องกลัว

     



       บิสกิตใครว่ากินแล้วอ้วน ขอนำเสนอของว่างเคี้ยวเพลินๆกับ บิสกิตถั่วขาวของอรชร ที่ใช้แป้งถั่วขาว100% ไม่มีส่วนผสมของนม,เนย,น้ำตาล,มาการีน,แป้งขาว,วัตถุกันเสีย ที่สำคัญแคลต่ำมากๆ และมีให้เลือกซื้อหลาหหลายรสชาติ รสดั้งเดิม,ส้ม,โกโก้,สตรอเบอร์รี่,สาหร่ายและต้มยำ เหมาะสำหรับของว่างตอนดูหนัง หรืออ่านหนังสือ










































     



อร่อยและดี สไตล์เอเชีย (Lisa)



          ผักและผลไม้เชื้อสายเอเชียใกล้ตัวพร้อมเสิร์ฟด้วยสรรพคุณเต็มเปี่ยมกับรสชาติไม่เป็นสองรองใคร


           มันต่อเผือก



          แม้ว่าการไดเอ็ตโลว์-คาร์บ จะลดความนิยมไปแล้ว แต่อาหารพวกมันฝรั่งก็ยังมีชื่อเสียงแย่อยู่ อย่างไรก็ดี การศึกษาจาก University of Scranton ชี้ว่า หัวมันสีม่วงนั้นมีประโยชน์ดี โดยเฉพาะในคนอ้วนที่มีปัญหาความดันโลหิตสูงด้วย โดยการกินมันต่อเผือกที่มีสีม่วงเป็นเวลากว่าหนึ่งเดือนจะทำให้ความดันโลหิตลดลงถึงร้อยละ 4.3

          Tip : อบมันต่อเผือกกับน้ำมันมะกอก และเกลือ หรือกินเหมือนมันทั่ว ๆ ไปก็ได้






           สาลี่



          สาลี่ผลใหญ่เพียงลูกเดียวจะให้ใยอาหารถึง 10 กรัม ซึ่งเท่ากับครึ่งหนึ่งของปริมาณที่ร่างกายต้องการต่อวัน ใยอาหารจะช่วยทั้งลอคอเลสเตอรอล ควบคุมระดับน้ำตาล และทำให้คุณอิ่มนาน

          Tip: ใส่สาลี่ร่วมกับสลัดก็ได้นะ ลองสลัดผักโขมและสาลี่ ถั่ว ดูสิ






           ลิ้นจี่



          จากการศึกษาที่ตีพิมพ์ในวารสาร Nutrition เมื่อปี 2006 เปิดเผยว่า ลิ้นจี่มีสารโพลีฟีนอลสูงที่สุดเป็นอันดับสองรองจากสตรอวเบอร์รี่ และมีสารดังกล่าวมากกว่าองุ่นถึงร้อยละ 15 นอกจากนี้ การวิจัยของมหาวิทยาลัยเสฉวน ยังชี้ว่า สารต้านอนุมูลอิสระในลิ้นจี่จะช่วยลดการก่อตัวของเซลล์มะเร็งเต้านมอีกด้วย


          Tip: ลิ้นจี่กระป๋องก็ไม่ได้มีสารอาหารต่างกันนัก ตราบใดที่ไม่ได้แช่ในน้ำเชื่อมหวาน ลองใส่ลิ้นจี่กับสลัดก็เป็นทางเลือกที่ดีนะ






           ฝรั่ง


ฝรั่งขี้นก

          ฝรั่งมีวิตามินซีอยู่มากกว่าส้มขนาดกลางถึง 5 เท่า ยิ่งถ้าเป็นฝรั่งขี้นกซึ่งมีเนื้อสีแดงยังมีไลโคปีน ซึ่งจะช่วยป้องกันคุณจากโรคหัวใจ และอิงจากการศึกษาโดยนักจุลชีววิทยาในบังกลาเทศ ชี้ว่า ฝรั่งยังปกป้องคุณจากเชื้อที่ติดต่อทางอาหาร เช่น Listeria และ Staph ถ้านี่ยังไม่พอ ฝรั่งขี้นกก็ยังมีทั้งใยอาหาร โพแทสเซียม โฟเลต ธาตุเหล็ก แคลเซียม และสารต้านอนุมูลอิสระชื่อแคโรทีนอยด์ในปริมาณเท่า ๆ กัน ดังนั้น ฝรั่งขี้นกจึงดีกว่าแอปเปิล กล้วย หรือองุ่นเสียอีกนะ






           กวางตุ้ง


          ผักใบเขียวชนิดนี้เรียกได้ว่าเป็นผักอันดับหนึ่งจากแดนมังกรที่มีวิตามินเอมากกว่าปริมาณที่ต้องการต่อวันถึง 10 เท่า ภายในถ้วยเดียวเท่านั้น ด้วยความที่มันมีสารต้านอนุมูลอิสระอยู่สูงเช่นเดียวกับเพื่อนในตระกูลเดียวกันอย่างคะน้า หรือบร็อกโคลี่ จึงไม่น่าแปลกใจที่มีการศึกษาพบว่า กวางตุ้งช่วยลดความเสี่ยงที่จะเกิดมะเร็งบางชนิด รวมถึงมะเร็งต่อมลูกหมากด้วย

          Tip:  ผัดกวางตุ้งร่วมกับขิง ทั้งอร่อยและดีต่อสุขภาพ


ที่มา http://health.kapook.com/view35496.html





7 ของว่างสุดอร่อยมีประโยชน์ต่อสุขภาพ




1. แผ่นสาหร่าย


แผ่นสาหร่าย

          ของดีจากประเทศญี่ปุ่นอย่างแผ่นสาหร่ายอบกรอบ นอกจากจะมีรสชาติที่อร่อยถูกปาก สามารถทานได้ทุกเพศทุกวัยแล้ว แผ่นสาหร่ายนี้ยังมีประโยชน์ต่อร่างกายอย่างมาก โดยสาหร่ายถือเป็นแหล่งแร่ธาตุอาหารที่ร่างกายสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้อย่างรวดเร็ว ง่ายต่อระบบย่อยอาหาร ที่สำคัญยังนำสาหร่ายไปประกอบอาหารได้หลากหลายเมนู ไม่ว่าจะเป็นข้าวปั้น หรือทานเปล่า ๆ ก็เข้าท่าอยู่ไม่น้อย แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ดื่มน้ำตามไปด้วย จะช่วยให้ทานแผ่นสาหร่ายได้คล่องคอมากยิ่งขึ้น


2. ถั่วนานาชนิด


ถั่ว

          ไม่ว่าจะเป็นอัลมอนด์ แมคคาเดเมีย ถั่วพิตาชิโอ เหล่านี้ล้วนแล้วแต่มีประโยชน์ทั้งในเรื่องของปริมาณไขมันในเลือด และความดันเลือดที่ลดต่ำลง แถมยังช่วยลดความเสี่ยงของโรคหัวใจได้มากกว่าอาหารที่มีไขมันน้อยอีกด้วย ที่สำคัญถั่วบางชนิดอย่างเช่นถั่วอัลมอนด์ก็ควรจะทานทั้งเปลือก เพราะเปลือกสามารถให้ไฟเบอร์ได้สูงเลยทีเดียว


3. คะน้าทอดกรอบ (Kale Chips)


kale chips

          ไม่ต้องแปลกใจไป หากผักคะน้าอยู่ตามร้านอาหารตามสั่งจะกลายมาเป็นของว่างได้ หากคุณไม่เชื่อให้ลองนำใบคะน้ามาทอดจนหอม กรอบ แล้วทานดูได้เลย ทั้งนี้ทั้งนั้นคะน้ามีสรรพคุณมากมายทั้งวิตามินหลากหลายชนิด เช่น เบต้าแคโรทีน ที่ช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งกระเพาะอาหาร มะเร็งลำไส้ มะเร็งปอด และมะเร็งกระเพาะปัสสาวะ แถมยังมีวิตามินซีที่ช่วยเสริมสร้างเนื้อเยื่อให้ชุ่มชื้น และทำให้ระบบภูมิคุ้มกันโรคของเรามีความแข็งแรงสมบูรณ์ อ้อ อย่าลืมทอดด้วยน้ำมันน้อย ๆ นะ ไม่งั้นจะเป็นการสะสมไขมันไปโดยไม่รู้ตัว


4. เนยถั่ว

เนยถั่ว


          อีกหนึ่งอาหารที่สามารถทานเล่นควบคู่กับแครกเกอร์เป็นขนมทานเล่นแสนอร่อยได้อย่างง่าย ๆ นอกจากนี้เนยถั่วยังมีประโยชน์สำหรับผิวและช่วยให้สดใส และมีใยอาหารซึ่งจะให้พลังงานแก่ร่างกายเป็นอย่างดี


5. ไข่ต้ม

ไข่ต้ม

          ไข่ต้ม ถือเป็นอาหารคู่ครัว มีประโยชน์สารพัด เป็นอาหารที่ให้ทั้งโปรตีน และมีกรดอะมิโนที่จำเป็นต่อร่างกาย แถมยังมีคุณค่าทางโภชนาการต่าง ๆ อีกมากมาย ทำก็ง่าย ทานกับอะไรก็อร่อย แต่ก็อย่าบริโภคมากจนเกินไป เพราะไข่ให้คอเลสเตอรอลต่อร่างกายสูงอยู่ไม่น้อย


6. ถั่วลูกไก่ (Roast Chickpeas)

ถั่วลูกไก่

          ถั่วลูกไก่นี้เป็นถั่วที่คนอินเดียนิยมใช้ทำอาหาร เม็ดใหญ่ เคี้ยวมันอร่อย ที่สำคัญคือให้โปรตีนสูง เหมาะการทานเล่นอย่างมาก และยิ่งนำไปคั่วด้วยแล้ว ก็จะยิ่งหอม อร่อยมากยิ่งขึ้นไปอีก นึกภาพแล้วน้ำลายสอเลยที่เดียว


7. ดาร์กช็อกโกแลต


chocolate

          คุณรู้หรือไม่ว่าช็อกโกแลตแท้ที่ไม่ผสมนม หรือที่เรียกกันว่า "ดาร์กช็อกโกแลต" นี้ มีประโยชน์ต่อร่างกายมากกว่าช็อกโกแลตที่ผสมนม เนื่องจากว่าช็อกโกแลตสีเข้มจะมีสารต่อต้านอนุมูลอิสระมากกว่า ซึ่งสารนี้จะช่วยป้องกันไม่ให้อนุมูลอิสระก่อตัวขึ้นบริเวณหัวใจและหลอดเลือด นอกจากนี้ยังส่งผลดีต่อหัวใจและเพิ่มการไหลเวียนของเลือดให้ดียิ่งขึ้นอีกด้วย


ที่มา http://health.kapook.com/view27229.html


14 สุดยอดผลไม้วิตามินซีสูง แก้ท้องผูก



มะละกอ
 
 1. มะละกอ

          สุดยอดผลไม้ที่อุดมด้วยวิตามินซีต้องยกให้มะละกอค่ะ เพราะในมะละกอมีวิตามินซีสูงกว่าส้ม คือ 60.9 มิลลิกรัมต่อมะละกอ 100 กรัม และเพราะวิตามินซีที่สูงขนาดนี้อีกทั้งยังมีกากใยอยู่มากเลยทำให้มะละกอมีฤทธิ์ช่วยในการทำงานของระบบขับถ่าย แต่อย่าเพิ่งคิดว่ามีดีเพียงเท่านี้ เพราะในมะละกอยังมีเอนไซม์ปาเปน (Papain) ซึ่งเป็นโปรตีนที่ช่วยย่อยโปรตีน ทำให้ระบบขับถ่ายทำงานได้ดียิ่งขึ้น ขอบอกเลยว่าใครที่กำลังท้องผูกบ่อย ๆ หันมารับประทานมะละกอกันเดี๋ยวนี้เลยค่ะรับรองสุขภาพดี ไม่เป็นหวัด และไม่ท้องผูกอีกแน่นอน แต่ถ้าอยากให้ประโยชน์เน้น ๆ เรื่องแก้ท้องผูก กินมะละกอดิบจะดีกว่า

ผลไม้ตระกูลเบอร์รี

 2. ผลไม้ตระกูลเบอร์รี

          ถ้าอยากมีสุขภาพดี และไม่มีปัญหาเรื่องท้องผูก ผลไม้ตระกูลเบอร์รีช่วยคุณได้แน่นอน ไม่ว่าจะเป็น สตรอว์เบอร์รี บลูเบอร์รี ราสป์เบอร์รี และแบล็กเบอร์รี เพราะว่าผลไม้เหล่านี้อุดมด้วยไฟเบอร์ที่สูงปรี๊ด อีกทั้งยังมีวิตามินซีเพียบ และคุณประโยชน์จากสารอาหารทั้งสองชนิดเมื่อรวมตัวกันก็จะทำให้ระบบการทำงานของลำไส้ดีขึ้น ที่อึดอัดถ่ายไม่ออกก็จะบรรเทา ไม่เพียงเท่านั้นวิตามินซีในผลไม้ตระกูลเบอร์รีก็ยังมีฤทธิ์เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ และเสริมสร้างภูมิคุ้มกันด้วย เอาสิถ้ารับประทานผลไม้เหล่านี้แล้วไม่สุขภาพดีก็ให้รู้ไป !

อะโวคาโด
 
 3. อะโวคาโด

          นอกจากจะอุดมไปด้วยไขมันที่ดีต่อหัวใจแล้ว ที่หลายคนยังไม่ทราบก็คือ อะโวคาโดยังช่วยแก้อาการท้องผูกและมีวิตามินซีสูงอีกด้วย โดยอะโวคาโด 100 กรัม มีวิตามินซีอยู่ที่ 10 มิลลิกรัม และมีไฟเบอร์ถึง 6.7 กรัม และด้วยปริมาณไฟเบอร์ขนาดนี้ เมื่อรับประทานเข้าไปแล้วจะช่วยให้ระบบขับถ่ายทำงานได้ดียิ่งขึ้น ได้ทั้งบำรุงหัวใจ เสริมสร้างภูมิคุ้มกัน และแก้ท้องผูกได้แบบนี้ หามารับประทานเลยรับรองไม่ผิดหวัง 

มะม่วง

 4. มะม่วง

          มะม่วงสุกที่หลาย ๆ คนชอบรับประทาน เพราะรสชาติหวานอร่อยมีวิตามินซีสูงไม่ใช่ย่อย ๆ เพียง 100 กรัมก็มีปริมาณวิตามินซีสูงถึง 46% ของปริมาณวิตามินซีที่เราควรได้รับต่อวันแล้วล่ะ ส่วนไฟเบอร์ในมะม่วงก็เรียกได้ว่าไม่แพ้ผลไม้ชนิดอื่น โดยการศึกษาในปี 2013 ซึ่งตีพิมพ์ในวารสาร Gastroenterology พบว่าไฟเบอร์ในมะม่วงสามารถปรับสภาพแวดล้อมในลำไส้ ทำให้ระบบขับถ่ายทำงานได้ดีขึ้น เมื่อรวมกับฤทธิ์ของวิตามินซีในการเรื่องการช่วยระบาย ก็ยิ่งทำให้มะม่วงมีประโยชน์ต่อการทำงานของลำไส้ยิ่งขึ้น ลดอาการท้องผูก และลดความเสี่ยงโรคโครห์น (Crohn's disease) ได้

ลูกแพร์

 5. ลูกแพร์

          เราอาจจะคิดว่าลูกแพร์ควรรับประทานแต่เนื้อ แต่จริง ๆ แล้วถ้าอยากได้ประโยชน์มากขึ้น ควรรับประทานลูกแพร์ทั้งเปลือกเช่นเดียวกับแอปเปิล เพราะไฟเบอร์ในลูกแพร์นั้นอยู่ในเปลือกมากกว่าครึ่งเลยทีเดียว ช่วยให้การทำงานของระบบขับถ่ายดีขึ้น ยิ่งมีคุณสมบัติของวิตามินซีที่ช่วยกระตุ้นระบบลำไส้มาเสริม ก็ทำให้ผลไม้ชนิดนี้เหมาะกับการแก้อาการท้องผูกอย่างที่สุดเลย

ลูกพรุน

 6. ลูกพรุน (ลูกไหน)

          ต้องอธิบายก่อนว่า ลูกไหน หรือลูกพรุนก็คือผลไม้ชนิดเดียวกัน เพียงแต่ลูกพรุนที่เราคุ้นเคยนั้นก็คือลูกไหนที่ผ่านการแปรรูปแล้ว ซึ่งในเรื่องของคุณค่าทางโภชนาการก็ดีไม่ยิ่งหย่อนกันเลย โดยสรรพคุณที่เด่นสุดก็คือเรื่องปัญหาท้องผูกนี่ล่ะ เพราะลูกพรุน 1 ลูกก็มีไฟเบอร์ถึง 1 กรัม รับประทานเพียงแค่ 2 -3 ลูกก็ช่วยลดความอึดอัดจากอาการท้องผูกได้ แต่ต้องระวังเรื่องการรับประทานลูกพรุนหรือน้ำลูกพรุนหน่อยนะคะ เพราะถ้ากินเยอะเกินไปแทนที่จะแก้ท้องผูกอาจจะเลยเถิดไปถึงขั้นทำให้ท้องเสียได้เลยนะ 

ส้ม

 7. ส้ม

          วิตามินซีก็สูง ไฟเบอร์ก็สูง เพราะเหตุนี้จึงไม่แปลกที่สามารถช่วยบรรเทาอาการท้องผูกได้ อีกทั้งส้มยังเป็นผลไม้ที่มีส่วนประกอบส่วนใหญ่เป็นน้ำ จึงช่วยแก้ท้องผูกได้อีกทาง โดยเฉพาะคนที่ท้องผูกเพราะกินน้ำน้อย การรับประทานส้มนี่ล่ะค่ะช่วยได้เป็นอย่างดี 

องุ่น

 8. องุ่น

          ทั้งองุ่นแดงและองุ่นเขียวที่เรานิยมนำมารับประทานกัน ล้วนแต่เป็นผลไม้ที่คับคั่งไปด้วยคุณค่าทางโภชนาการ ไม่ว่าจะเป็น วิตามินเอ วิตามินซี วิตามินบี 6 ไฟเบอร์ และอื่น ๆ อีกมากมาย โดยองุ่นถูกจัดเป็นอาหารที่มีฤทธิ์เป็นยาระบายทรงประสิทธิภาพ เพราะในองุ่นมีไฟเบอร์ชนิดที่ไม่ละลายน้ำซึ่งมีประโยชน์ต่อการทำงานของระบบขับถ่าย อีกทั้งยังมีเซลลูโลส น้ำตาลและกรดจากธรรมชาติที่ช่วยบรรเทาอาการท้องผูกโดยการปรับสภาพกล้ามเนื้อลำไส้และระบบย่อยอาหารให้ทำงานสัมพันธ์กันมากขึ้น 

กีวี
 
 9. กีวี

          เห็นลักษณะผลแปลก ๆ ของกีวีแล้วก็อย่าเพิ่งสบประมาทผลไม้ชนิดนี้นะคะ เพราะเจ้ากีวีมีปริมาณวิตามินซีถึง 92.7 มิลลิกรัมต่อกีวี 100 กรัม เรียกได้ว่ากินกีวีแค่ผลเดียวก็ได้ปริมาณวิตามินซีสูงกว่าที่ร่างกายควรได้รับต่อวันเลยล่ะ ซึ่งจะส่งผลดีต่อระบบต่าง ๆ ในร่างกาย ไม่ว่าจะเป็นระบบภูมิคุ้มกัน และระบบขับถ่าย แก้ปัญหาท้องผูก ต้านอนุมูลอิสระ และช่วยลดความอ้วนได้อีก โอ้โห... ดีแบบนี้รีบไปหามากินด่วนเลยค่ะ

มะขาม

 10. มะขาม

          ได้ยินแค่ชื่อก็เปรี้ยวเข็ดฟันเลยใช่ไหมล่ะ มะขามเป็นผลไม้ที่มีฤทธิ์เป็นยาระบายด้วยตัวเอง และยังมีวิตามินซีกับไฟเบอร์ในปริมาณที่ไม่ขี้เหร่ ใครที่มีปัญหาเรื่องท้องผูกบ่อย ๆ การรับประทานมะขาม เนี่ยล่ะค่ะช่วยแก้อาการท้องผูกได้แน่ และไม่ต้องกังวลเรื่องหามะขามรับประทานยาก เพราะแค่มะขามเปียกก็ช่วยได้เป็นอย่างดี เพียงแค่นำมะขามเปียกมาแช่ในน้ำอุ่นแล้วนำน้ำมาดื่มเท่านี้ก็ช่วยให้อาการท้องผูกดีขึ้นเยอะเลยเชียวล่ะค่ะ

สับปะรด

 11. สับปะรด

          เราทราบกันอยู่แล้วว่าสับปะรดเป็นผลไม้ที่มีกรดจากธรรมชาติ และมีวิตามินซีสูง กรดในสับปะรดไม่ได้มีไว้เล่น ๆ นะคะบอกเลย แต่ฤทธิ์กรดในสับปะรดสามารถช่วยย่อยอาหารได้ ใครที่มีปัญหาเรื่องอาหารไม่ย่อย ท้องผูกบ่อย ๆ กินสับปะรดหลังกินข้าว ก็จะทำให้ถ่ายได้ง่ายขึ้น แถมวิตามินซีในสับปะรดก็ยังไปกระตุ้นการทำงานของลำไส้ได้อีก คราวนี้ล่ะ หายท้องผูกแน่นอน !

ฝรั่ง

 12. ฝรั่ง

          ฝรั่ง ไม่ได้มีดีแค่เพียงช่วยลดน้ำหนักเท่านั้น แต่ยังช่วยแก้ท้องผูก โดยเฉพาะเมล็ดฝรั่งที่เราไม่ค่อยรับประทานกันเพราะเราเชื่อว่าจะเป็นไส้ติ่งอักเสบนี่ล่ะค่ะ เจ้าเมล็ดฝรั่งมีฤทธิ์เป็นยาระบายอย่างดี ส่งผลให้อาการท้องผูกบรรเทาลง และยังมีไฟเบอร์ที่ช่วยในการทำงานของลำไส้ ขณะที่ปริมาณวิตามินซีก็ไม่ใช่น้อย ๆ มีถึง 228.3 มิลลิกรัมต่อฝรั่ง 100 กรัม ถ้ารับประทานเป็นประจำก็มั่นใจได้เลยว่า บอกลาอาการท้องผูกพร้อมกับมีสุขภาพดีแบบจัดเต็มโดยยังหุ่นยังเป๊ะได้แน่นอน !

ขนุน

 13. ขนุน

          ผลไม้สุดโปรดของใครหลายคนอย่างขนุน ไม่ได้มีดีแค่ช่วยป้องกันมะเร็ง เพราะเจ้าผลไม้ชนิดนี้มีไฟเบอร์ถึง 1.5 กรัม ต่อปริมาณ 100 กรัม ช่วยเสริมการทำงานของระบบขับถ่ายให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น แก้ปัญหาท้องผูกได้ตามธรรมชาติ อีกทั้งวิตามินซีในขนุนที่มีสูงกว่า 13 กรัมต่อปริมาณขนุน 100 กรัม จึงเป็นตัวช่วยที่ดีของคนที่อยากจะจบปัญหาท้องผูก ขณะที่ไฟเบอร์ยังช่วยขับสารพิษในลำไส้ทำให้ลำไส้สะอาด ห่างไกลจากความเสี่ยงโรคมะเร็งได้อีกด้วย แต่ก็ต้องระมัดระวังเรื่องปริมาณการรับประทานนะคะ เพราะกินเยอะเกินไปอาจจะทำให้อ้วน เนื่องจากขนุนมีน้ำตาลสูงค่ะ

แก้วมังกร

 14. แก้วมังกร

          แก้วมังกร เป็นผลไม้สำหรับผู้ป่วยโรคเบาหวานเพราะน้ำตาลน้อย ไฟเบอร์สูง แต่ที่น่าสนใจไปยิ่งกว่านั้นก็คือ แก้วมังกรเองก็มีวิตามินซีสูงใช่ย่อย ชวยเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน และต้านอนุมูลอิสระ กระตุ้นการหลั่งของน้ำย่อย รวมทั้งช่วยจัดการการทำงานของลำไส้ให้เป็นปกติ ลดอาการท้องผูก ลดความเสี่ยงลำไส้แปรปรวน และโรคมะเร็งลำไส้ได้อีก ไม่เพียงเท่านั้น ถ้ากินเป็นประจำก็ยังลดน้ำหนักได้อีกต่างหาก 






ขอขอบคุณข้อมูลจาก
healwithfood.org 
happybowel.com
organicfacts.net 
authoritynutrition.com 
livestrong.com 
nutrition-and-you.com



ที่มา http://health.kapook.com/view141198.html